เพื่อแสดงศักยภาพของคนไทยทั้ง ๖๓ ล้านคน ร่วมใจแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ด้วยการปลูก “มเหสักข์ และสักสยามินทร์” สักไว้บนแผ่นดินไทย

 

- เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระ ชนมพรรษา ๘๔ พรรษา
๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
- เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็น”พระบิดาแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”
- เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเกิดจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรของชาติอย่างมีคุณธรรม
- เพื่อแสดงศักยภาพของคนไทยทั้ง ๖๓ ล้านคน ร่วมใจแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการปลูก
“มเหสักข์ และสักสยามินทร์” สักไว้บนแผ่นดินไทย
- เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ต้นสักที่มีอายุยืนยาว และขนาดลำต้นใหญ่ที่สุดในโลก และต้นสักที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ
เจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯให้ปลูกไว้ ให้คงอยู่สืบไป
- เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมการทำกิจกรรมเป็นกลุ่มแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป
- เพื่อจัดหาทุนดำเนินกิจกรรมมูลนิธิอนุรักษ์พันธุกรรมพืช สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สนับสนุน\การอนุรักษ์พัฒนาทรัพยากรของประเทศ

 

พระราชทานต้นกล้าสักสายพันธุ์“มเหสักข์”และ“สักสยามินทร์”ให้แต่ละตำบลปลูกตำบลละ ๑,๑๐๐ ต้น ทั่วประเทศรวม
๗,๒๒๕ ตำบล โดยใช้ต้น“มเหสักข์” รวม ๗,๙๘๐,๕๐๐ ต้น ส่วนอีก๔๑๙,๕๐๐ ต้นนั้น แจกจ่ายให้แก่องค์กรภายในและ
ต่างประเทศ บริษัท และประชาชนทั่วไปให้ร่วมกันปลูกต้นสักสายพันธุ์“มเหสักข์”และ“สักสยามินทร์” ทั่วประเทศ ระหว่าง
วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ ถึง๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ (รวมระยะเวลา ๕ ปี)

 

- นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “พระบิดาแห่งการอนุรักษ์”
- การประชุม สัมมนา อภิปราย
- การชื่นชม และมอบรางวัลการปลูก “มเหสักข์”และ“สักสยามินทร์”
- การฟื้นฟูวัฒนธรรมลงแขกในมิติใหม่
- การแสดงผลิตภัณฑ์
- การระดมทุนและเปิดรับบริจาคทางโทรทัศน์

 

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เป็นผู้ผลิตต้นกล้า“มเหสักข์”และ“สักสยามินทร์”โดยเทคโนโลยี
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ให้ครบจำนวน ๘.๔ ล้านต้นในเวลา ๕ ปี และพระราชทานแจกจ่ายให้ ๗,๒๕๕ ตำบล, องค์กร, บริษัทฯ
และประชาชนทั่วไปนำไปปลูกเพื่อเป็นสิริมงคล และเพื่อร่วมกันเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุครบ
๘๔ พรรษา ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด

  Social impact
- เกิดความปรองดองของคนในชาติที่ได้ร่วมปลูกต้นสักสายพันธุ์“มเหสักข์”และ“สักสยามินทร์”ทุกตำบลทั่วประเทศ
- เป็นการร่วมถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของคนทั้งแผ่นดิน
- สร้างงานและทรัพย์สินให้คนในท้องถิ่นระดับตำบล ให้มีรายได้และความมั่นคงของชีวิต
- ได้ความร่มรื่นและสภาพจิตใจที่ดี

Economic impact
- จะทำให้มีต้นไม้สักพันธุ์ดีสายพันธุ์“มเหสักข์”และ“สักสยามินทร์”จำนวน ๘,๔๐๐,๐๐๐ต้น (คิดเป็นพื้นที่ปลูก ๘๔,๐๐๐ ไร่)
โดยมีมูลค่าเมื่ออายุ ๑๕ ปี ไม่ต่ำกว่า ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท หรือเฉลี่ยมูลค่าไม้สักไม่ต่ำกว่า ๑๒ ล้านบาท ต่อตำบล
- ไม้สักสายพันธุ์ “มเหสักข์”และ“สักสยามินทร์” จะโตเร็วและสามารถดูดซับคาร์บอนด์ได้ไม่ต่ำกว่า ๒๑๐,๐๐๐ ตันต่อปี
หรือคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า ๖๕ ล้านบาทต่อปี

Environment impact
- ได้ป่าไม้ ๘๔,๐๐๐ ไร่
- ดูดซับคาร์บอนด์ได้ไม่ต่ำกว่า ๒๑๐,๐๐๐ ตัน/ปี
- ได้ความร่มรื่นและทำให้มีฝนตกสม่ำเสมอตามฤดูกาล

  - เป้าหมายดำเนินการ ๗,๒๕๕ ตำบล ๆละ ๑,๑๐๐ ต้น เนื้อที่ ๑๑ ไร่
- การผลิตต้นกล้า การกระจายต้นกล้า“มเหสักข์”และ“สักสยามินทร์” เพื่อให้ราษฎรนำไปปลูก การประชาสัมพันธ์โครงการ
การให้ความรู้ประชาชนในการปลูก-การดูแลรักษา การติดตามผล การสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนปลูกต้นไม้ และรักษาป่า
การฝึกอบรม การศึกษาเรื่องป่าไม้ชุมชน ฯลฯ รวม ๗๐๕.๖ ล้านบาท (ต้นละ ๘๔ บาท)
- การปลูกและการดูแลรักษา ๕ ปี ๘๔๐ ล้านบาท (ต้นละ ๑๐๐ บาท มีรายละเอียดค่าใช้จ่าย ปีแรกใช้ในการเตรียมหลุมปลูก
ปุ๋ยหมัก การปลูกดูแลรักษา ต้นละ ๓๐ บาท ปีที่ ๒-๕การดูแลรักษา ต้นละ ๑๕ บาท ค่าใช้จ่ายในการติดตามข้อมูล ๕ ปีต้นละ
๑๐ บาท )
- การปลูกมเหสักข์- สักสยามินทร์ ตำบลละ ๑,๑๐๐ ต้น เป็นงบประมาณตำบลละ๒๐๒,๔๐๐๐ บาท

  หน่วยงาน องค์กร บริษัท (ทั้งในและต่างประเทศ) และประชาชนทั่วไป
 
     
 
 
หน้าหลัก / ข่าวประกาศ / ความเป็นมา / หลักการและเหตุผล / ขั้นตอนการปลูก / อัลบั้มภาพ / พื้นที่ปลูก